รับมือกับปัญหาไมเกรนด้วยน้ำมันหอมระเหย


ไมเกรนและอาการปวดศีรษะ ยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่ผู้หญิงในช่วงปีเจริญพันธุ์ ที่มีความเครียด ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง ภูมิแพ้ หรือในผู้ที่ดื่มแอลกอฮอลล์ ซึ่งหากคุณปวดหัวบ่อยๆและพยายามหาทางรักษาอาการปวดศีรษะด้วยวิธีธรรมชาติอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ น้ำมันหอมระเหย อาจจะเป็นตัวช่วยที่ตรงจุด น้ำมันหอมระเหยใช้ผสมกับน้ำมันมะพร้าว สามารถจะใช้รักษาอาการปวดหัวไมเกรนได้เป็นอย่างดี

อาการปวดศีรษะไมเกรน มีอาการปวดศีรษะข้างเดียว อาจย้ายข้างได้ แต่มักเป็นทีละข้าง ลักษณะการปวดเป็นแบบตุ้บๆ (คล้ายเส้นเลือดเต้น) ความรุนแรงของอาการปวดจะรุนแรงปานกลางถึงรุนแรงมาก การทำกิจวัตรทั่วไป เช่น การเดินหรือขึ้นบันได จะทำให้อาการปวดศีรษะเป็นมากขึ้น อาการจะดีขึ้นถ้าได้พักผ่อนอยู่นิ่งๆในห้องที่มืดและเย็น ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับรักษาไม่เหมาะสม อาการปวดศีรษะจะเป็นอยู่นาน 4-72 ชั่วโมง หากคุณมีอาการต่างๆดังกล่าว คงต้องเริ่มสงสัยแล้วละค่ะว่าคุณอาจจะเป็นไมเกรนก็ได้..

การรักษาไมเกรนทางการแพทย์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ

1. ระยะที่มีอาการปวดศีรษะเฉียบพลัน ใช้เฉพาะเวลามีอาการปวดศีรษะเท่านั้น และให้รับประทานยาหลังจากที่เริ่มมีอาการปวดศีรษะทันที จะได้ผลในการรักษาอาการปวดศีรษะที่ดี

- ยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล, ยาลดการอักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอด์ (NSAIDs) เป็นต้น

- ยาที่เฉพาะเจาะจงกับไมเกรน เช่น ยากลุ่มทริปแทน (triptan) หรือ ยาที่มีส่วนผสมของเออโกทามีน (ergotamine) ซึ่งออกฤทธิ์ที่เส้นเลือดสมองโดยตรง

- ยาสำหรับลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน


2. ระยะที่ไม่ปวดศีรษะ (ยาป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน) ต้องรับประทานติดต่อกันทุกวัน

- กลุ่มยากันชัก เช่น Topiramate, Valproic acid เป็นต้น

- กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับแคลเซียม เช่น Flunarizine, Cinnarizine, Verapamil เป็นต้น

- กลุ่มยาปิดกั้นตัวรับเบต้า เช่น Propanolol, Atenolol, Metoprolol เป็นต้น

- กลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า เช่น Amitriptyline, Nortriptyline, Duloxetine, Velafaxine เป็นต้น กรณีมีอาการปวดศีรษะไมเกรนในช่วงมีประจำเดือน สามารถรับประทานยา ยาลดการอักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอด์ หรือ ยากลุ่มทริปแทน ในช่วงก่อนมีประจำเดือนประมาณ 2-3 วัน และรับประทานยาต่อจนหมดประจำเดือน 4-5 วัน

การรักษาไมเกรนด้วยวิธีทางธรรมชาติ

การใช้น้ำมันหอมระเหย ที่มีสรรพคุณช่วยให้การสื่อสารกันระหว่างระบบประสาทต่างๆ ทำงานได้ดียิ่งขึ้นทั้งยังสามารถปรับสมดุลของอารมณ์และ จิตใจให้อยู่ในภาวะดียิ่งขึ้นได้ วิธีการนำน้ำมันหอมระเหยมาใช้ในการเยียวยาอาการไมเกรนมีดังนี้ค่ะ

1.เปปเปอร์มิ้นหรือสะระแหน่ (Peppermint)

เปปเปอร์มิ้นหรือสะระแหน่ จะให้ความรู้สึกเย็นกับผิว ช่วยลดการหด เกร็ง ของกล้ามเนื้อ อีกทั้งช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ซึ่งน้ำมันหอมระเหยสะระแหน่นั้นได้มีการศึกษาจากผู้ที่มีอาการปวดหัวพบว่าช่วยลดอาการปวดหัวได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังไม่พบผลข้างเคียงจากการใช้น้ำมันหอมระเหยสะระแหน่ อีกทั้งช่วยในการลดความตึงเครียดและช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต

การใช้ : สามารถนำน้ำมันหอมระเหยสะระแหน่ไปปรับใช้โดยทาบนผิว หรือ ขมับ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผสม 2-3 หยด ต่อน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา

2.ยูคาลิปตัส (Eucalyptus)

ยูคาลิปตัสเป็นหนึ่งในน้ำมันที่ช่วยขับเสมหะ ทำความสะอาด ขจัดสารพิษและเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอัตรายต่อร่างกาย อีกทั้งช่วยให้หายใจสะดวกและลดอาการไซนัส อีกทั้งมีความสามารถในการต้านการอักเสบ ช่วยลดการปวดและผ่อนคลาย ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากต่อผู้ที่ทรมานจากการปวดหัว ซึ่งผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทางเดินหายใจ อาจก่อให้เกิดการเจ็บคอและปวดหัว ตึงเครียด น้ำมันยูคาลิปตัสช่วยให้การหายใจดีขึ้นและลดน้ำมูกไหน อีกทั้งมีสรรพคุณในการต้านเชื้อ แบคทีเรีย ไวรัสและเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งตอบสนองต่อไซนัสอักเสบ

การใช้ : เจือจางน้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส (Eucalyptus essential oil) 3-4 หยดกับน้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา แล้วทาบริเวณหน้าอก คอ หรือขมับ เพื่อช่วยลดอาการไซนัส

3. โรสแมรี่ Rosemary

น้ำมันหอมระเหยโรสแมรี่ เป็นหนึ่งในพืชที่ถูกนำมาใช้สำหรับลดการปวดหัวและการไหลเวียนโลหิต ลดการอักเสบและการปวด ตั้งแต่สมัยโบราณ อีกทั้งโรสแมรี่ยังช่วยส่งเสริมในการย่อย ปวดท้อง ช่วยคลายเครียด

โรสแมรี่เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่ช่วยผู้ที่ติดสารเสพติด เช่น ฝิ่น ซึ่งผู้ที่ใช้ฝิ่นนั้นมักมีอาการ คลื่นไส้ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหัว นอนไม่หลับ การกินโรสแมรี่สามารถช่วยลดอาการเหล่านี้ใน 4 สัปดาห์

การใช้ : สามารถหยดน้ำมันโรสแมรี่ 1-2 หยดในชาหรือซุปเมื่อเกิดอาการปวดศีรษะหรือไมเกรนเพื่อลดอาการปวดนั้น หรือ นำไปนวดศีรษะ ลำคอ โดยสามารถหยดโรสแมรี่ร่วมกับสะระแหน่อย่างละ 1-2 หยด และผสมเข้ากับน้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนชา

อย่างไรก็ตามหากมีอาการอื่นแทรกซ้อน ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีนะคะ

เพิ่มเพื่อน