น้ำมัันมะพร้าว..ดื่มอย่างไรให้พอดี


เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวเป็นกรดไขมันปานกลางจึงทำให้ตับดูดซึมเร็วและกลายไปเป็นพลังงาน ทำให้ไม่ตกค้างในร่างกายอย่างงี้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าควรดื่มแค่ไหนจึงจะพอดี.. เป็นคำถามยอดฮิตที่ทุกคนต่างพากันสงสัยว่าวิธีกินน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ควรกินอย่างไร และควรกินในปริมาณเท่าใด จึงจะพอเพียงกับความต้องการของร่างกาย วันนี้น้องมะพร้าวมีคำตอบค่ะ

แบ่งออกได้ 3 แบบ ดังนี้

1. ปริมาณที่ดื่มต่อวันให้วัดตามน้ำหนักของแต่ละคน

โดยให้น้ำหนัก 11-22 กิโลกรัม ดื่มได้ 1 ช้อนโต๊ะ (15 ซีซี), น้ำหนัก 23-33 กิโลกรัม ดื่มได้ 1.5 ช้อนโต๊ะ (22 ซีซี), น้ำหนัก 34-44 กิโลกรัม ดื่มได้ 2 ช้อนโต๊ะ (30 ซีซี), น้ำหนัก 45-56 กิโลกรัม ดื่มได้ 2.5 ช้อนโต๊ะ (37 ซีซี), น้ำหนัก 57-67 กิโลกรัม ดื่มได้ 3 ช้อนโต๊ะ (44 ซีซี), น้ำหนัก 68-78 กิโลกรัม ดื่มได้ 3.5 ช้อนโต๊ะ (52 กิโลกรัม), น้ำหนัก 79 กิโลกรัมชึ้นไป ดื่มได้ 4 ช้อนโต๊ะ (60 ซีซี)


2. ปริมาณที่ดื่มต่อวันให้วัดตามปริมาณแคลลอรี่ที่บริโภค

โดยหากเป็นผู้รับประทานเนื้อสัตว์อยู่ให้รับประทานตอนเช้าประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ แต่หากเป็นผู้รับประทานมังสวิรัติอาจดื่มได้ถึง 6 ช้อนโต๊ะต่อวัน แต่หากเป็นน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ชนิดแคปซูล สามารถรับประทานได้วันละ 6 – 9 เม็ด เทียบปริมาณง่ายๆคือ 3 แคปซูลต่อประมาณ 1 ช้อนโต๊ะค่ะ



3. ปริมาณที่ดื่มต่อวันให้วัดว่าอุณหภูมิร่างกายตอนเช้าเมื่อตื่นนอนเฉลี่ย 5 วัน (เพื่อวัดอัตราการเผาผลาญของร่างกาย)

ถ้าในผู้ชายหรือผู้หญิงที่หมดประจำเดือนวัดแล้วปรากฏว่าอุณหภูมิต่ำกว่า 36.3 องศาเซลเซียส หรือในผู้หญิงที่ยังไม่หมดประจำเดือนแล้วอุณหภูมิต่ำกว่า 36.4 องศาเซลเซียส ให้ดื่มตามเกณฑ์ในข้อ 1 แล้วหากผ่านไป 4 สัปดาห์แล้ว อุณหภูมิยังไม่ถึง 36.3-36.4 องศาเซลเซียส ให้เพิ่มปริมาณดื่มขึ้นเป็นลำดับ


อย่างนี้เนี่ยเอง!!! ทั้งคุณภาพและถูกสุขลักษณะ น้ำมันมะพร้าวจึงมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก เพียงแค่คุณมีน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ติดบ้านไว้สักขวดก็จะสามารถรักษาสุขภาพกันได้แล้วละค่ะ